-A +A
 www.nlcoffee.com
  Search   
 









| แหล่งที่มากาแฟเอ็นแอลคอฟฟี่ |

มหัศจรรย์แห่งกาแฟ

อราบิก้า




กาแฟ

มีคนดื่มกาแฟในสหรัฐอเมริกามากถึงเฉลี่ยมากถึง 1168 ต่อถ้วยต่อปี เท่ากับจำนวน 73 แกลอน (321 ลิตร) และมีคนจำนวนกว่า 10 ล้านคนดื่มกาแฟในทุกๆวัน เครื่องดื่มชนิดนี้ ช่วยสร้างงานและสร้างความสัมพันธ์กันเพื่อนๆ ช่วยให้คนทำงานยุคใหม่ดูกระฉับกระเฉง และยังมีประโยชน์กับสุขภาพบางประการ ไม่ว่าจะมีคาเฟอีนหรือไม่ก็ตาม โดยกาแฟได้กลายเข้ามาเป็นวัฒนธรรมชั้นสูงที่ถูกยกขึ้นมาให้เทียบเคียงกับการดื่มไวน์ชั้นดีเลยทีเดียว กาแฟจึงมีความน่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง



มารู้จักกับเมล็ดกาแฟกัน

กาแฟ COFFEE
ชื่อทางพฤกษศาสตร์ : Coffee Arabica L.
วงศ์ : RUBICA CEAE
ชื่อสามัญ : Arabian Coffee , Arabica Coffee, Common Coffee

กาแฟ เป็นไม้พุ่มมีหลากหลายขนาด ในสกุล Coffee วงศ์ Rubiaceqe
มีต้นกำเนิดในแถป ทวีปแอฟริกา

สายพันธุ์ที่เรานิยมนำบริโภคกันมีอยู่ สอง ชนิดคือ อราบิก้า และโรบัสต้า

ลักษณะและรสชาติอาจทำให้หลงใหลเสน่ห์ของกาแฟ มันเป็นเครื่องดื่มที่มีความสลับซับซ้อนอย่างลึกซึ้ง เมล็ดกาแฟเป็นหัวใจของกลิ่นและรสชาติ เมล็ดกาแฟดิบมีองค์ประกอบทางเคมีมากกว่า 200 ชนิด เมื่อคั่วเมล็ดกาแฟแล้วจะทำให้องค์ประกอบทางเคมีอาจจะขยายตัวพุ่งสูงถึง 1200 ประเภท กลิ่นของกาแฟเกิดจากผลสีแดงสุกของต้นกาแฟ เปลือกนอกมีรสขม แต่เนื้อในมีรสหวาน เมือกบางๆห่อหุ้มเปลือกแข็งด้านนอกช่วยปกป้องเนื้อใน ภายในมีเมล็ดรูปทรงรีเหมือนไข่ที่เราเรียกว่าเมล็ดกาแฟ โดย 3 ใน 4 ของการผลิตไร่กาแฟเป็นชนิดอราบิก้า เป็นที่รู้จักในรสชาติที่ไม่ขม พันธุ์กาแฟอีกชนิดที่อยู่ในวงการธรุกิจ เป็นกาแฟชนิดเข้ม เรียกว่า โรบัสต้า ซึ่งมีรสชาติขมมากกว่านิดหน่อย มีถึง 77 ประเทศในเขตร้อนชื้นทั่วโลกที่ปลูกกาแฟได้ ประเทศบราซิลเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุด ตามด้วยเวียดนาม โคลัมเบีย อินโดนีเซีย และเม็กซิโก

โดยทั่วไปกาแฟแบ่งได้ 3 ชนิดคือ อราบิก้า โรบัสต้า และลิเบอริก้า




 

1. อราบิก้า 


เป็นสายพันธุ์กาแฟ ที่คนทั่วโลกนิยมนำมาบริโภทที่สุดโดยถือว่าเป็นสายพันธุ์กาแฟที่ดี ปลูกมากในทวีปอเมริกาใต้โดยเฉพาะประเทศบราซิล 


ในประเทศไทยนิยมปลูกในสภาพอากาศเย็นบนดอยสูงทางภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย แพร่

มีต้นกำเนิดจากประเทศเอธิโอเปีย กาแฟอราบิก้ามีปริมาณการผลิตถึง 70-80
% ของกาแฟทั่วโลก ปลูกบริเวณพื้นที่สูงจากน้ำทะเล 600-2,000 เมตร โดยต้องปลูกอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลค่อนข้างมาก โดยจะมีค่าคาเฟอีนต่ำ(1.1-1.7%) ควรปลูกในดินที่อุดมสมบูรณ์ มีความชื้นเพียงพอ มีแสงแดดและร่มเงาในระดับที่เหมาะสม

เนื่องจากต้นกาแฟอราบิก้ามีภูมิต้านทานโรคและแมลงค่อนข้างน้อย ถูกทำลายและเสียหายได้ง่าย นอกจากนี้ปริมาณที่ผลิตในแต่ละปีของต้นกาแฟในแต่ละหน่วยพื้นที่ก็ค่อนข้างน้อย แต่ยิ่งปลูกในที่สูงมากเท่าใด คุณภาพก็ยิ่งดีมากขึ้นเท่านั้น

 

 2.โรบัสต้า


เป็นพันธุ์กาแฟที่นิยมเป็นอันดับสองรองจากอาราบิกา ปลูกได้ดีตามพื้นที่ราบที่มีอากาศร้อน ฝนตกชุก ปลูกง่าย 


ส่วนใหญ่นำมาผลิตเป็นกาแฟสำเร็จรูป และบางครั้งก็นำมาผสมกับอราบิกา ถูกค้นพบในทวีปแอฟริกาในปี 1895 มีปริมาณการผลิต 20-30
% ของกาแฟทั่วโลก

ปลูกในที่สูงจากระดับน้ำทะเลไม่มากนัก(200-800 เมตร) มีภูมิต้านทานโรคและแมลงสูง ไม่เสียหายง่ายๆปลูกในเขตร้อนมีฝนมากหรือน้อยก็ได้ มีคาเฟอีนค่อนข้างสูง (2.4
%) ปริมาณการผลิตแต่ละปีของต้นกาแฟในแต่ละหน่วยพื้นที่มีค่อนข้างมาก

ในประเทศไทยปลูกมากบนพื้นที่ราบทางภาคใต้ เช่น ชุมพร นครศรีธรรมราช

 

กาแฟจากไร่สู่โรงงานคั่ว


การใช้มือเก็บผลผลิตเป็นวิธีเดียวที่จะเก็บผลกาแฟที่สุกแล้วดีที่สุด กาแฟจะมีรสชาติดีที่สุดในขณะที่มันสุก โดยกาแฟจะมีสีแดงลักษณะคล้ายเชอรี่ เราเรียกมันว่า กาแฟเชอรี่ ผู้เก็บมักเก็บกาแฟลงในตระกร้าหวายเพราะมีช่องระบายอากาศที่เหมาะสม  ชั้นตอนการเตรียมกาแฟนั้นมีอยู่ 3 รูปแบบ
ซึ่่งทั้ง 3 วิธีนี้นั้นใแม้จะใช้เมล็ดกาแฟชนิดเดียวกันแต่จะทำให้รสชาติที่ได้นั้นแตกต่างกันออกไป




ภาพกระบวนการเตรียมกาแฟแบบเปียก

กรรมวิธีแบบเปียก

กรรมวิธีแบบเปียกได้รับความนิยมมากที่สุดและ ผลที่ได้ดีที่สุด นำผลกาแฟเชอรี่ไป แช่ทิ้งไว้ในน้ำสะอาดทิ้งไว้ประมาณ 12-24 ชั่วโมง เมล็ดอ่อนหรือไม่ได้มาตรฐาน หรืออาจจะที่มีก๊าซจะลอยขึ้นมาด้านบน ส่วนเมล็ดที่สุกแล้วจะจมลงด้านล่าง ส่วนกาแฟที่สุกจนเกินไปจะลอยอยู่ด้านบน นำเมล็ดที่สุกแล้วเข้าสู่กระบวนการล้างโดยทันที โดยกาแฟจะถูกนำเข้าเครื่องสีเปียก ผลหรือเปลือกสีแดงจะถูกแยกออกไปจากเมล็ด และล้างออกด้วยน้ำอีกที หลังผ่านการสีเอาเปลือกสีแดงและเหมือกออกแล้วในวิธีแบบเปียก บ้านเราจะเรียกกาแฟภายหลังการหมักและนำไปตากนี้ว่า กาแฟกะลา เพราะมีเปลือกแข็งหุ้มเมล็ดกาแฟสีเขียวอีกชั้นหนึ่งอยู่ การตากาแฟให้แห้งนั้นใช้เวลาประมาณ 7-14 วัน เพื่อกาแฟมีความชื้นอยู่ในเกณฑ์ 10-12 %


กรรมวิธีแบบกึ่งเปียกกึ่งแห้ง

วิธีเหมือนกับแบบเปียก แต่ไม่ต้องนำไปล้างเยื่อเมือก ให้นำไปตากแห้งได้เลย เป็นวิธีที่ผสมระหว่าง แบบเปียกและแบบแห้ง


ภาพกรรมวิธีแบบแห้งที่ใช้วิธีการนำกาแฟที่เก็บได้มาตากแดดโดยตรง


กรรมวิธีแบบแห้ง

โดยนำผลที่เก็บมาได้ไปตากแดดเลยหรืออาจนำไปอบแห้งโดยใช้เครื่องก็ได้ หลังจากตากแห้งแล้วนำไปเข้าเครื่องสีเพื่อลอกเนื้อและเปลือกด้านอกของเมล็ดออก วิธีดังกล่าวเป็นวิธีแบบดั่งเดิม
  





ภายหลังการตากกาแฟ


เมื่อกาแฟมีความชื้นที่เหมาะสมแล้วนั้น เราจะทำการสีเอากะลาแยกออกจากตัวเมล็ดกาแฟ บ้านเราเรียกเมล็ดกาแฟที่ออกมาจากกะลาว่า สารกาแฟ ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นเมล็ดกาแฟที่พร้อมเข้าสู่กระบวนการคั่วแล้ว แต่ว่าเรายังจำเป็นต้องทำการคัดเลือกสารกาแฟ ด้วยแรงงานคนและคัดขนาดด้วยเครื่องจักร ซึ่งในการคัดแยกนี้จะทำการแยกเอา สีของเมล็ดกาแฟถูกใช้เป็นเกณฑ์ เพื่อแยกเมล็ดกาแฟออกเป็นเมล็ดที่สุกแล้ว เมล็ดที่ยังไม่สุก และเมล็ดที่เน่าเสีย และกำจัดส่วนที่ไม่ต้องการออกไปสารกาแฟที่ได้ผ่านการคัดเลือกแล้วจะถูกนำส่งไปเก็บในที่สะอาด ซึ่งมีอุณหภูมิเหมาะสมและมีขั้นตอนการดูแลรักษาอย่างดี เพื่อให้ได้เมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพเพื่อเตรียมพร้อมส่งเข้าโรงคั่ว



ภาพกาแฟที่ตากให้แห้งแล้วมีสภาพเป็นกะลากาแฟ



 

 


การคัปปิ้ง Cupping


โรงงานกาแฟจะต้องมีการทดสอบคุณภาพของสารกาแฟก่อนทำการจัดซื้อสารกาแฟเข้ามา เพื่อที่จะเลือกซื้อสารกาแฟที่ดีที่สุดหรือมีความน่าสนใจที่สุดนั้น โรงงานกาแฟจะต้องมีการคั่วและชิมกาแฟก่อนสั่งซื้อเสมอ

การชิมกาแฟหรือ การ Cupping เป็นการทดสอบกาแฟคุณลักษณะและรสชาติของกาแฟโดยจัดเป็นพิธีการอย่างหนึ่งโดยใช้ผู้เชี่ยวชาญหลายๆท่านมานั่งบนโต๊ะกลม วางกาแฟต่างแล้วชิมกัน   อย่างแรกจะนำเอาสารกาแฟมาสูดกลิ่นจากกาแฟสดๆก่อน วัดความชื้นที่ต้องการคือ 10-12 % และจึงทำการคั่วกาแฟแบบอ่อน โดย Lab Roaster คือเครื่องคั่วกาแฟขนาดย่อมคั่วกาแฟได้ครั้งละ 100 กรัม  จากนั้นจึงนำกาแฟประมาณ 10 กรัมที่ได้มาบดหยาบ เพื่อทดลองสูดดมกลิ่นและทำการจดบันทึกอีกครั้ง  เพื่อประเมินคุณลักษณะของเมล็ดกาแฟแต่ละชนิดจากกลิ่น  หลักจากนั้นจะเติมน้ำร้อนเดือดประมาณ 6 ออนซ์ลงไป โดยน้ำจะต้มที่อุณหภูมิ 195-205 องศาฟาเลนไฮ ผงกาแฟบดจะลอยตัวขึ้นข้างบนและเกาะเป็นแพ โดยจำเป็นต้องปล่อยให้น้ำไหลซึมประมาณ 4 นาที ก่อนจะแยกแพที่จับตัวเหล่านั้น เพื่อให้กลิ่นกระจายออกมา ฟองจะถูกเขี่ยออก เพื่อไม่ให้มันจับตัวและทำลายขั้นตอนต่อไป  ต่อมานำช้อนเงินที่ผ่านการลวกให้อุ่นๆ ตักน้ำกาแฟเต็มช้อน พร้อมทั้งสูดกาแฟเข้าปากไปให้แรงที่สุด ละอองกาแฟจะกระจายเข้าไปในปากอย่างรวดเร็วเผยถึงคุณลักษณะบางอย่างในกาแฟ  หลังจากนั้นจะกลวกน้ำกาแฟภายในปาก ไปมาเพื่อให้ลิ้นได้สัมผัสรับรสชาติของกาแฟ   หากต้องทำการทดสอบกาแฟหลากหลายชนิดแล้วนั้น ก็จะเป็นที่จะต้องบ้วนน้ำกาแฟทิ้งออกมา เพราะปริมาณคาเฟอีนภายในกาแฟที่สูงจะส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้ทดสอบ  การล้างปากด้วยน้ำสะอาดจะทำทันทีหลังจากบ้วนน้ำกาแฟออกมาทิ้งแล้ว  ผู้ทดสอบกาแฟนั้นยังจำเป็นจะต้องประเมินความรู้สึกโดยการสัมผัสจกาแฟอีกครั้งเพื่อดูว่ารสชาติเปลี่ยนไปหรือไม่ หลังจากกาแฟนั้นได้เย็นตัวลง คุณลักษณะชนิดหนึ่งที่พวกเขาต้องการค้นหาอาจจะทำให้คนทั่วไปประหลาดใจ คือต้องการกรดในกาแฟ เพราะจะทำให้มีชีวิตชีวา สดชื่น




- การเช่าเครื่องชงกาแฟ
- FAQ คำถามเกี่ยวกับการเช่าเครื่องชงกาแฟ
- ต้องการสอบถามข้อมูลการเช่าเครื่องชงกาแฟ
| | | |  
  Web hosting | website builder |เว็บไซต์สำเร็จรูป by ninenic ©Copyright 2002-2017 All rights reserved.
NL COFFEE TRADING CO., LTD.
319 Tiwanon Rd. Talat Kwan Mueng Nonthaburi 11000
Tel : 02-580-9371-4 Fax: 02-580-9399
Email : info@nlcoffee.com