-A +A
 www.nlcoffee.com
  Search   
 










  รีวิวเครื่องชงกาแฟ แอสคาโซ่ ดูโอ้ โปรเฟสชั่นแนล โฉมใหม่ Version 2
Ascaso : Duo Professional Version 2.0

ในบรรดาเครื่องชงกาแฟราคาเฉลี่ยประมาณ 30,000-35,000 บาท ในตลาดบ้านเรานั้นจะมีอยู่หลักๆ 4 ยี่ห้อหลัก คือ

-  Nuova simonelli : Oscar Professional
-  Expobar : Office Pulse
-  Rancilio : Silvia
-  Ascaso : Duo Profesional V.2

เราจะทำการรีวิวเครื่องชงแอสคาโซ่ ดูโอ้โฉมใหม่ให้พิจารณาดู

  ความน่าเชื่อมั่นของโรงงานแอสคาโซ่

    แอสคาโซ่เป็นโรงงานผลิตเครื่องชงกาแฟที่อยู่ในประเทศสเปน เมือง บาร์เซโลน่า  เริ่มก่อตั้งตั้งแต่ปี 1962 และฉลองครบรอบ 50 ปี ไปในปี 2012

   เครื่องชงกาแฟจากโรงงานสเปนส่วนมากจะมีรูปทรงเหลี่ยมๆ ไม่ค่อยสวยเหมือนทางเครื่องจากทางฝั่งประเทศอิตาลี ที่มีดีไซน์ที่สวยงาม

    แต่ต้องบอกว่าอะไหล่ชิ้นส่วนในการผลิตนั้นส่วนใหญ่จะเป็นของจากประเทศอิตาลีซะเป็นส่วนใหญ่ เช่นปั้มน้ำ Ulka , แผงควบคุม Gicar

  ความแตกต่างระหว่างเครื่องชงกาแฟ
ออสก้า Vs ซิลเวีย Vs ออฟฟิต เพ้าซ์ Vs ดูโอ้ โปร

ระบบการต้มน้ำสำหรับชงกาแฟของ ออสก้า และ ออฟฟิต เพ้าซ์ เหมือนกันคือ เป็นระบบ แลกเปลี่ยนความร้อนโดยมีขนาดหม้อต้ม 1.3/1.5 ลิตร

แต่ออสก้าวางหม้อต้มแนวนอน ส่วน ออฟฟิตเพ้าซ์วางหม้อต้มแนวตั้ง
ยังไม่มีข้อสรุปเกี่ยวกับการวางหม้อต้มว่าควรจะตั้งหรือนอนดีกว่ากัน แต่ส่วนใหญ่จะเห็นว่าวางแบบนอนซะเกือบ 70%

ส่วน ซิลเวีย เป็นระบบหม้อต้ม 1 Boiler ขนาดใหญ่พิเศษ  โดยถ้าเป็นขนาดมาตรฐานจะมีความจุ 225 ซีซี ส่วนขนาดใหญ่พิเศษของ ซิลเวียจะเป็น 325 ซีซี

ส่วน ดูโอ้ โปร เป็นระบบ Multiboiler คือมีสองหม้อต้ม แยกกันทำงาน
โดยมีหม้อต้มขนาด 325 ซีซี + กับหม้อต้มแบบ Thermoblock อีกลูกเพื่อใช้ในการสตรีมฟองนม

เครื่องชงกาแฟ รุ่น ดูโอ้โปร คงจะเป็นระบบใหม่กว่าระบบการต้มน้ำอื่นๆ


จากภาพ
เป็นหม้อต้มขนาด 325 ซีซี กับหม้อต้มไอน้ำแบบ เทอร์โมบล็อค ทำงานแยกกันด้วยปั้มแยกกัน ปั้ม 15 บาร์ควบคุมการชงกาแฟ และปั้ม 8 บาร์ควบคุมแรงดันไอน้ำในการสตีมฟองนม

 






เวอร์ชั่น 2.0  ดูโอ้ปรับปรุงอะไรบ้าง

1. สวิตซ์แบบกดเปลี่ยนเป็นแบบก้าน
ทนทานกว่าเดิมแน่นอน

2. ชุดตระแกรงจ่ายน้ำ
เปลี่ยนมาใช้ชุดตะแกรงจ่ายน้ำแบบ Rancilio Silvia ซึ่งถอดออกมาล้างได้หลายชิ้นหน่อยก็ทำให้ล้างได้ง่ายสะอาดกว่าเดิม

3. มี OPV หรือ ระบบ Over Pressure Valve
ทำให้สามารถปรับลดแรงดันที่ปั้ม 15 บาร์ส่งน้ำผ่านมาให้ลงไปเหลือ 8-10 บาร์ได้ตามต้องการ

ข้อดี
เลียนแบบแรงดันของปั้มโรตาลี่ที่สกัดด้วยแรงดันที่ต่ำกว่าประมาณ 8 บาร์

อย่างไรก็ตามปั้มโรตาลี่มีแรงดันที่นิ่งกว่า ระบบปั้มแบบสั่นที่มีแรงดันขึ้นลงขึ้นลงเป็นจังหวะ

แต่ถ้าไม่มี OPV ปั้มจะส่งแรงดันเฉลี่ย 15 บาร์ออกมาสกัดน้ำกาแฟ

4. วางหม้อต้มสูงขึ้น 2 ซม.
ลดปัญหาลูกค้านำถ้วยตวงสอดใต้เครื่องชงไม่ได้

5. ก้านสตรีมแบบหมุน 360 องศา และจับได้ไม่ร้อนมือ

6. ด้ามชงกาแฟที่มีขนาด 58 มม. และมีน้ำหนักด้ามหัวท้ายดี  เพราะในบางครั้งพบว่าด้ามชงกาแฟบางยี่ห้อหัวทองเหลืองหนักแต่ด้ามจับเป็นพลาสติกล้วนๆ เวลาจับจะไม่ค่อยถนัดมือ


  สวิตซ์้ทำงานมีทั้งหมด 4 ปุ่ม

1. ปุ่มแรกสามารถดันขึ้น อยู่ตรงกลาง หรือดันลงได้

ดันสวิตซ์ตัวแรกขึ้น  รูปด้านบน
เป็นการเปิดหม้อต้มชงกาแฟหรือหม้อต้มหลัก
เครื่องชงจะมีไฟสีฟ้าติดที่ดวงที่สอง
และเข้มบอกอุณหภูมิจะขึ้นไปเรื่อยจนถึง 100 องศา  เครื่องก็พร้อมใช้งาน

ดันสวิตซ์ตัวแรกให้อยู่ตรงกลาง
เป็นการปิดสวิตซ์เครื่องชงกาแฟทั้งระบบ

ดันสวิตซ์ตัวแรกลงด้านล่าง  รูปด้านล่าง
เป็นการเปิดทำงานเต็มระบบทั้งหม้อต้มชงกาแฟและหม้อต้มสตีมไอน้ำ  สังเกตไฟสีฟ้าจะติดที่ดวงที่สอง และดวงสุดท้้าย เพราะกำลังต้มน้ำชงกาแฟและต้มหม้อต้มไอน้ำ

2. ปุ่มที่สอง เป็นปุ่มสำหรับชงกาแฟ

3. ปุ่มที่สาม เป็นปุ่มทำน้ำร้อน

4. ปุ่มที่สี่ เป็นปุ่มสตีมฟองนม

  การทำน้ำร้อน

เครื่องชงกาแฟดูโอ้จะดึงน้ำร้อนจากหม้อชงกาแฟ เช่นเดียวกับเครื่องชงกาแฟ ซิลเวีย
แต่ดูโอ้ โปรใช้สวิตซ์เปิดปิด ควบคู่กับซีลีนอยด์เปิดปิดน้ำร้อน จึงสามารถทำน้ำร้อนได้ด้วยการเปิดสวิตซ์ และไม่ต้องหมุนวาล์วน้ำแต่อย่างใด

สวิตซ์ ตัวที่สาม เป็นสวิตซ์ทำน้ำร้อน กดลงก็ได้น้ำร้อนทันทีค่อนค้างจะสะดวก

อย่างไรก็ตามการดึงน้ำร้อนออกไปมากจะทำให้อุณหภูมิหม้อต้มหลักตกลง ซึ่งสังเกตที่เข็มบอกอุณหภูมิได้ง่ายว่า หม้อต้มตอนนี้น้ำร้อนกี่องศา

  ขดลวดของดูโอ้ โปรใช้วิธีการยึดด้วยแหวน ต่างจากของซิลเวียที่เป็นการเชื่อมติดกับหม้อต้มไปเลย ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนเฉพาะขดลวด กับการเปลี่ยนทั้งหม้อต้ม นั้นต่างกันอย่างชัดเจน


เทอร์โมสตัทสีดำ  100 องศา ตัวบนเพื่อควบคุมน้ำร้อนในหม้อต้มให้ต้มอยู่ที่ 100 องศา และหยุดต้ม และเมื่ออุณหภูมิต่ำกว่าเดิมก็จะทำการต้มไปที่ 100 องศาเท่าเดิม

เทอร์โมสตัท สีขาวตัวล่าง 150 องศา พร้อมรีเซ็ทสวิตซ์  มีไว้เพื่อป้องกันความเสียหายหากเทอร์โมสตัท100 องศาเสีย น้ำจะหยุดต้มที่ 150 องศา และรีเซ็ทสวิตซ์จะตัด เราก็แค่เปลี่ยนเทอร์โมสตัทที่เสีย พร้อมกับกดปุ่มรีเซ็ทก็พร้อมใช้งานได้เหมือนเดิม

เพราะหากไม่มีตัวตัดที่ 150 องศา ก็อาจทำให้หม้อต้มต้มน้ำร้อนไปเรื่อยจนขดลวดทำความร้อนแตกในที่สุด

  หม้อต้มไอน้ำแบบ Thermoblock
เป็นหม้อต้มที่มีทางเป็นเส้นเล็กเหมือนเขาวงกตเพื่อให้น้ำถูกใส่เข้า โดยใช้ปั้มแรงดันต่ำ 8 บาร์ส่งน้ำปริมาณเล็กน้อยเข้าไปผลลัพธ์ที่ได้คือน้ำที่ปลายทางจะออกมาเป็นไอน้ำทั้งหมด

แต่เมื่อทำการปิดสวิตซ์ (ตัวที่สี่) ปั้มจะหยุดทำงานแรงดันไอน้ำจะถูกโยนทิ้งออกมาที่โถน้ำปริมาณเล็กน้อย

ข้อดีของหม้อต้มชนิดนี้คือ มีแรงดันไอน้ำแบบไม่รู้จับเปิดทิ้งไว้ 2-3 นาทีก็มีแรงดันเท่าเดิมเสมอ ต่างจากแรงดันจากหม้อต้มไอน้ำขนาดเล็กที่จะค่อยๆเบาลงไปเรื่อยตามขนาดหม้อต้ม

หม้อต้มตัวนี้ก็มีเทอร์โมสตัทควบคุม 2 ตัวเช่นกัน
1 ตัวควบคุมอุณหภูมิ
1 ตัวป้องกันความเสียหาย

 

OPV เป็นวาล์วที่ลดแรงดันในการสกัดน้ำกาแฟ
โดยปั้มน้ำ 15 บาร์ จะส่งน้ำออกไปที่โถน้ำใหม่ให้มีแรงดันต่ำกว่าเดิม

โดยมากเครื่องจะเซ็ทค่าแรงดันมาที่ 10-12 บาร์
เพื่อให้มีแรงดันการสกัดที่ดี

แต่หากเราไม่ชอบก็สามารถปรับลดแรงดันด้วยการคลายสปิงที่วาล์วออกแรงดันจะออกไปที่ท่อใสมากขึ้น  การสกัดน้ำกาแฟจะช้าลงมากขึ้น

เข็มไม่นิ่งในภาพเนื่องจากเป็นปั้ม Vibration เป็นปั้ม 15 บาร์ขนาดเล็ก ไม่ได้เป็นปั้มใหญ่ แบบ Rotali ที่แรงดันจะนิ่งๆที่ 8 บาร์ซึ่งจะติตตั้งเฉพาะเครื่องชงกาแฟขนาดใหญ่


  เนื่องจากแรงดันจากปั้ม 15 บาร์นั้นมีมาก การใช้ท่อพลาสติกแบบเดิมจึงอาจบวมแตกได้ง่าย รุ่น 2.0 มีการเปลี่ยนมาใ้ช้ท่อแบบถักเพื่อลดปัญหาการรั่วซึมอันเกินจากแรงดันปั้มน้ำที่ส่งเข้าหม้อต้มที่สูงเกินไปในระยะยาว

  ท่อสตรีมแบบไม่ร้อน ไม่ต้องมียางสีดำมาวางให้จับ  โดยการวางท่อซิลิโคลนด้านในอีกหนึ่งชั้นเพื่อไม่ให้ความร้อนออกมาที่ท่อสแตนเลส ทำให้ผู้ใช้งานจับก้านสตรีมได้ไม่ร้อนมือขณะทำงาน

รูสตีม แบบ 1 รู เช่นเดียวกับ ซิลเวีย มีจุดเด่นคือการสตรีมฟองนมได้โดยใช้ปริมาณน้ำนมเพียง 4-5 ออนซ์ ซึ่งจะเป็นการยากมากหากสตีมฟองนมแบบ 4 รูกับเครื่องชงกาแฟรุ่นอื่นโดยใช้นมน้อยเพราะนมจะร้อนเร็วจนควบคุมฟองนมไม่ได้

รูสตีมแบบ 1 รู ถือว่าเหมาะสมสำหรับร้านกาแฟในแบบบ้านเราที่สุดเพราะต้องการสตีมนมเพื่อใช้กับกาแฟเมนูแบบแก้วต่อแก้วไม่มีนมเหลือจากการใช้งาน

เพราะการนำนมมาสตรีมฟองซ้ำในให้รสชาติกาแฟที่แย่กว่ามาก


  หม้อต้มแบบ Boiler แม้ดูไม่มืออาชีพแต่มีจุดเด่นคือไม่มีการ Burn ที่หัวจ่ายเหมือนหม้อต้มแบบ แลกเปลี่ยนความร้อน

อุณหภูมิที่ใช้ในการสกัดที่เหมาะสมฟองจากจะออกมามีทองที่สวยงาม ไม่เข้มติดไหม้ ไม่จืด
อันเกิดจากน้ำร้อนไม่เต็มที่

แม้ระบบหม้อต้ม 325 ซีซีจะดูเหมือนเล็กแต่ หม้อต้มพวกนี้มีขนาดขดลวดกินพื้นที่มากว่า 30 % ของหม้อต้มทำให้พวกมันต้มน้ำ 26 องศาไปที่ 100 องศาในเวลา 3 นาที และบอกได้เลยว่าเมื่อคุณชงกาแฟไปหนึ่งแก้วแม้อุณหภูมิจะตกไปเฉลี่ย 10 องศา แต่มันจะต้มกับไปที่ 100 องศาในเวลาไม่ถึง 20 วินาที ซึ่งคนชงกาแฟยังคงชงกาแฟแก้วนั้นยังโดสกาแฟสำหรับแก้วใหม่ไม่เสร็จเลยด้วยซ้ำ

"การโดสกาแฟคือการนำกาแฟบดลงในด้ามชง"

 

โถน้ำขนาด 2 ลิตร ที่เติมง่ายสุด เห็นระดับน้ำชัดเจน เทง่ายถอดออกมาล้างก็ง่าย 


ถาดน้ำทิ้งมีการวางพลาสติกเป็นคลีบๆเพื่อลดแรงตึงของน้ำ เพราะเวลายกออกมาจะพบว่าน้ำไม่ค่อยหกออกจากถาดเทน้ำทิ้งได้ง่ายขึ้น


 

ครีม่าจัดเต็ม

จุดเด่นที่ทำให้เครื่องชงกาแฟดูโอ้ชงกาแฟออกมาได้เข้มนั้นก็คือ การหลุดออกจากกรอบที่ว่ากาแฟร้อนต้อง 7 กรัม กาแฟเย็น ต้อง 14 กรัม

เพราะตลาดคนไทยทานกาแฟร้อนค่อนข้างเข้มมาก เครื่องรุ่นนี้ให้ตระแกรงความจุกาแฟเฉลี่ย 10-11 กรัม มา และตระแกรงเย็นขนาด 17-18 กรัมมาให้

ปล.
เครื่องชงกาแฟออสก้าก็ให้ตระแกรงกาแฟร้อน
12 กรัม และตระแกรงกาแฟเย็น 19 กรัมมาจึงทำให้ดูเหมือนว่าเครื่องชงรุ่นนี้จะมีชื่อเสียงเรื่องชงกาแฟได้เข้มตามความชอบของคนไทย


ด้ามชงกาแฟแบบใหม่ถือว่าเป็นจุดเด่นของ เครื่องชงกาแฟดูโอ้ โปร เพราะมีน้ำหนักด้ามหัวท้ายที่ดีมาก เวลาัจับจะถนัดมือกว่าเดิม
 



- การเช่าเครื่องชงกาแฟ
- FAQ คำถามเกี่ยวกับการเช่าเครื่องชงกาแฟ
- ต้องการสอบถามข้อมูลการเช่าเครื่องชงกาแฟ
| | | |  
  Web hosting | website builder |เว็บไซต์สำเร็จรูป by ninenic ©Copyright 2002-2017 All rights reserved.
NL COFFEE TRADING CO., LTD.
58/39 Moo 6 Krungthep-non Rd. Bangken Muangnonthaburi Nonthaburi 11000
Tel : 02-5251657,02-525-2695 Fax: 02-968-2921
Email : info@nlcoffee.com